Home
The Desperate Hour ฝ่าวิกฤตวิ่งหนีตาย
ดูหนังออนไลน์
รีวิวหนังออนไลน์ The Desperate Hour ฝ่าวิกฤตวิ่งหนีตาย
โพสต์เมื่อ 15 มีนาคม 2022 1:07 pm
98 views โดย admin

The Desperate Hour ฝ่าวิกฤตวิ่งหนีตาย

วิ่งไม่หยุด…อย่าหยุดวิ่ง! หนังเรื่องนี้อาจจะเป็นผลงานหนังที่เหน็ดเหนื่อยที่สุดในอาชีพนักแสดงของเสด็จแม่ นาโอมิ วัตส์” แล้วก็เป็นไปได้ เพราะนี่คือ “The Desperate Hour” (ฝ่าวิกฤตวิ่งหนีตาย) หนังระทึกขวัญที่มีพร้อมกับกิมมิกการเล่าเรื่องในสไตล์สแตนอะโลนของนักแสดงนำเพียงหนึ่งเดียว เปรียบเสมือนพาผู้ชมขี่หลังวิ่งไปด้วยตลอดทั้งเรื่องกับสถานการณ์ที่บับคั้นขึ้นจับใจ

ถ้าใครชอบหนังที่เล่าเรื่องระทึกขวัญผ่านหน้าจอ อย่างเช่น ‘Unfriended’ (2014) และ ‘Host’ (2020) และหนังเอาตัวรอดแบบเรียลไทม์อย่าง ‘Buried’ (2010) มาในปีนี้ ผู้กำกับอย่าง ‘ฟิลลิป นอยซ์’ (Phillip Noyce) ผู้กำกับหนังสายลับ ‘Salt’ (2010) ที่มาพร้อมกับผลงานภาพยนตร์สุดระทึกที่ถ่ายทำด้วยโปรดักชันที่เอื้อต่อการถ่ายทำในช่วงโรคระบาด โดยที่หนังเรื่องนี้ที่เคยมีชื่อเดิมว่า ‘Lakewood’ ยังได้มีโอกาสได้รับคัดเลือกให้ฉายรอบปฐมทัศน์ในเทศกาลหนังโตรอนโต (Toronto International Film Festival – TIFF) เมื่อปีที่แล้ว ก่อนจะเปลี่ยนชื่อ (ให้ขายได้) เป็น ‘The Desperate Hour’ หรือ ‘ฝ่าวิกฤต วิ่งหนีตาย’

The Desperate Hour ฝ่าวิกฤตวิ่งหนีตาย

The Desperate Hour เล่าเรื่องราว 84 นาทีสุดระทึก เมื่อ เอมี่ คาร์ กำลังวิ่งจ็อกกิ้งตอนเช้าในป่าลึก จู่ๆ เธอได้รับแจ้งข่าวร้ายว่าเกิดเหตุกราดยิงในโรงเรียนมัธยม ที่ โนอาร์ ลูกชายวัยรุ่นสุดที่รักของเธอเรียนอยู่ และกำลังอยู่ในอันตรายสุดๆ เธอจึงต้องออกวิ่งบนระยะทางห่างจากเมืองหลายไมล์ด้วยความวิตกกังวลขั้นสุดเพื่อช่วยเหลือลูกของเธอ โดยมีเพียงโทรศัพท์ที่ใกล้จะแบตหมดเป็นที่พึ่งสุดท้ายของเธอ

ตัวหนังว่าด้วยเรื่องของเรื่องราวของพนักงานเจ้าหน้าที่สรรพากร ‘เอมี คาร์’ (Naomi Watts) และคุณแม่ลูกสอง ที่สูญเสียสามีและพ่อของลูกด้วยอุบัติเหตุทางรถยนต์เกือบจะครบหนึ่งปี วันหนึ่งเอมีได้เข้าไปวิ่งจ็อกกิงออกกำลังกายในป่าลึก แต่แล้วเธอก็ได้รับแจ้งข่าวร้ายว่า เกิดเหตุกราดยิงในโรงเรียนที่ ‘โนอาร์’ (Colton Gobbo) ลูกชายคนโต

และ ‘เอมิลี’ (Sierra Maltby) เรียนอยู่ เอมีจึงต้องออกวิ่งไปยังโรงเรียนที่เกิดเหตุ ซึ่งอยู่ห่างออกไปไกลจากป่าหลายไมล์ เพื่อหวังจะช่วยเหลือลูก ๆ ของเธอให้พ้นจากเงื้อมมือของมือปืนที่อาจก่อเหตุได้ทุกเมื่อ โดยมีโทรศัพท์เป็นอุปกรณ์เพียงอย่างเดียวที่จะช่วยให้เธอคลี่คลายเหตุสุดระทึกนี้ไปได้

The Desperate Hour ฝ่าวิกฤตวิ่งหนีตาย

ซึ่งตัวหนังตลอดเกือบ ๆ 84 นาที เราก็จะได้เห็นขุ่นแม่ ‘เอมี คาร์’ อยู่ในป่าลึกโดยที่แทบจะไม่ตัดไปซีนอื่นเลย เธอต้องพยายามวิ่งเดินทางออกจากป่าเลกวูด (Lakewood) เพื่อไปช่วยเหลือลูกชาย และมีโทรศัพท์มือถือเป็นอุปกรณ์เพียงอย่างเดียวในการเอาตัวรอด รับรู้สถานการณ์ และรับรู้ข้อมูลต่าง ๆ ว่าเกิดอะไรขึ้นบ้างในโรงเรียน ตัวหนังในส่วนนี้ก็เลยจะเล่าเสมือนว่าคนดูก็กำลังอยู่ในป่าไปพร้อมกัน และค่อย ๆ ปะติดปะต่อข้อมูลชที่เอมีได้จากการพยายามโทรศัพท์ แชต และสืบค้นหาข้อมูล พร้อมกับความกดดันที่ทวีเพิ่มขึ้นแบบเรียลไทม์

เอาจริง ๆ หนังเรื่องนี้ก็มีความคล้าย ๆ กับหนังเรื่อง ดูหนังออนไลน์  ‘The Call’ (2013) ที่ใช้โทรศัพท์เป็นตัวกลางในการเอาตัวรอดจากการโดนลักพาตัวนั่นแหละครับ เพียงแต่ว่าหนังเรื่องนี้ใจกล้ากว่ามากที่พยายามจะเล่นกับเทคนิคในการนำเสนอผ่านการใช้โทรศัพท์ของเอมี ซึ่งแม้ว่าจะไม่ได้อยู่ในเหตุการณ์ แต่ก็จะต้องค้นหาให้ได้ว่าเกิดเหตุอะไรขึ้นบ้าง และค้นหาเบาะแสเกี่ยวกับเหตุกราดยิง โดยที่แทบจะไม่ตัดให้เห็นเหตุการณ์นอกป่า หรือเหตุการณ์ในโรงเรียนเลยแม้แต่น้อย ส่วนตัวละครอื่น ๆ ก็จะมาในรูปแบบเสียงหรือข้อความซะเป็นส่วนใหญ่

ก็คงต้องบอกว่า The Desperate Hour เป็นหนังที่ดูได้สนุกไม่ยากเลย อีกทั้งสกิลขั้นเทพของ นาโอมิ วัตส์ ก็แทบไม่ต้องระแคะระคายใดๆ เลย เพราะเธอก็คือนักแสดงที่ยอดเยี่ยมและแบกรับหนังทั้งเรื่องนี้เอาไว้เพียงคนเดียวได้สบายๆ อยู่แล้ว มาดูในองค์ประกอบอื่นๆ ของหนังดีกว่า คงต้องชื่นชมสักหน่อยกับการเลือกวิธีเล่าเรื่องในสไตล์นี้ ที่เป็นการจดจ่ออยู่กับบุคคลเดียวในสถานการณ์คับขัน ที่การใช้วิธีนี้ค่อนข้างสุ่มเสี่ยง ไม่ปังก็คือพังไปเลย

The Desperate Hour ฝ่าวิกฤตวิ่งหนีตาย

หนังแนวๆ นี้ที่เราเคยได้เห็นล่าสุดก็น่าจะเป็น “The Guilty” ที่ เจค จิลเลนฮาลล์ แสดงเอาไว้เมื่อปีที่แล้ว เรื่องนั้นก็ต้องยกความดีความชอบให้กับเจค ที่แสดงได้กัดกินใจในทุกส่วนประกอบ แต่ใน The Desperate Hour เป็นผลงานของนักสร้างหนังรุ่นเก๋า “ฟิลลิป นอยซ์” ที่ในยุคหลังๆ ผลงานของเขาก็ค่อนข้างเป๋ไปหน่อย หนังใช้สูตรคล้ายๆ กัน แต่มีกลิ่นอายเหมือนกับเรื่อง ดูหนัง “Buried” ของ ไรอัน เรย์โนลด์ส มากกว่า

ประเด็นในหนังสามารถบีบคั้นเร้าใจคนดูได้ดีอยู่แล้ว เพียงแต่ข้อจำกัดในการใช้วิธีเล่าเรื่องเช่นนี้ บางมุมก็ทำให้คนดูรู้สึกลุ้นตามอย่างจดจ่อ แต่ในอีกมุมก็ทำให้รู้สึกว่าเป็นมุมมองหนังที่น่าอึดอีด หากเล่าขยายมุมมองมากกว่านี้ก็น่าจะประทับใจได้อีกแบบเช่นกัน ตลอดเวลา 84 นาทีของหนังก็คือโฟกัสอยู่ที่ นาโอมิ วัตส์ ได้สัก 80 นาทีได้แล้ว คุณจะไม่ได้เห็นอะไร นอกจากนาโอมิวิ่งๆ และวิ่ง พร้อมกับคุยโทรศัพท์ไปเรื่อยๆ

จุดเด่นของหนังเรื่องนี้ จริง ๆ ก็ถือว่าเป็นหนังที่มีพล็อตและเข้าใจพล็อตเป็นอย่างดีนะครับ ซึ่ง ‘คริส สปาร์กลิง’ (Chris Sparling) ที่เคยเขียนบทหนังเอาตัวรอด ‘Buried’ (2010) มาก่อน สามารถวางพล็อต และเพิ่มระดับความกดดันในการเอาตัวรอดของเอมีกับโทรศัพท์หนึ่งเครื่องได้อย่างน่าสนใจ และมีวิธีการเล่าเรื่องแบบผ่อนหนักผ่อนเบา คือเรียกว่าตั้งแต่ต้นเรื่อง เราก็จะได้เห็นเอมีลงไปวิ่งในป่ากันตั้งแต่เนิ่น ๆ และค่อย ๆ ผ่อนการเล่าเรื่องให้ช้าลง สลับกับการเร่งจังหวะในช่วงเหตุการณ์ที่พีกขึ้นได้อย่างน่าติดตาม

The Desperate Hour ฝ่าวิกฤตวิ่งหนีตาย

อีกจุดที่ถือว่าทำได้ออกมาสนุกก็คือ การประยุกต์ใช้ฟังก์ชันต่าง ๆ ในโทรศัพท์ออกมาเล่าเรื่องได้อย่างน่าสนใจครับ เราจะได้เห็นเอมีค่อย ๆ เอาตัวรอดจากป่า และค่อย ๆ เอาชนะ Conflict ทีละปม ๆ ด้วยการใช้โทรศัพท์ iPhone โทรหาคนนั้นคนนี้ แชตคุย ใช้แอป ใช้อินเทอร์เน็ตหาข้อมูล ดูคลิป Live ข่าว ฯลฯ

แล้วก็เอาข้อมูลมาปะติดปะต่อ พร้อม ๆ กับการเดินทางในป่าทีี่แทบไม่มีใครเดินทางผ่านมา ซึ่งผู้เขียนก็แอบสงสัยอยู่เหมือนกันว่า ปกติถ้าใช้โทรศัพท์หนักขนาดนั้น แบตเตอรี่ไม่หมดบ้างเลยเหรอ ถ้าเอาตามจริง ใข้หนักขนาดนี้ต้องงัดพาวเวอร์แบงก์มาเสียบชาร์จแล้วนะ ดูหนังออนไลน์ 4k

หนังหยิบเอาไว้ประเด็นเหตุการกราดยิงภายในโรงเรียนที่เป็นปัญหาสังคมที่เกิดขึ้นซ้ำแล้วซ้ำเล่าในอเมริกามาใส่เอาไว้ในเรื่องนี้ โดยให้คนดูรับรู้ข่าวสารข้อมูลและข้อเท็จจริงต่างๆ ผ่านจากตัวละครหลักตัวเดียวเท่านั้น เป็นกิมมิกที่น่าสนใจ แต่ก็ยังไม่ได้น่าประทับใจถึงขั้นร้องว้าวอะไรขนาดนั้น ประเด็นที่ค่อนข้างขึงขังและแข็งแรง แต่ในท้ายที่สุดแล้วก็ยังถ่ายทอดออกมาได้ไม่สุดทางสักเท่าไหร่

และพอตัวหนังเล่าด้วยพลังของคน ๆ เดียว ก็เลยกลายเป็นว่า ตัวหนังถูกผลักให้ต้องใช้ฝีมือการแสดงของ ‘นาโอมิ วัตส์’ (Naomi Watts) ในการแบกหนังทั้งเรื่องแต่เพียงลำพัง ซึ่งจริง ๆ เธอ (และ iPhone 1 เครื่อง) ก็ทำได้ค่อนข้างดีนะครับ โดยเฉพาะการสะท้อนภาพความว้าวุ่นใจของแม่ที่มีลูกที่ตกอยู่ในสถานการณ์อันตรายที่ต้องการเดินทางไปหาลูกที่อยู่ไกลออกไป และโทรศัพท์ก็คือที่พึ่งหนึ่งเดียวที่จะทำให้เธอพอจะทราบสถานการณ์ที่กำลังเกิดขึ้นได้ ทำให้หนังในครึ่งแรกเป็นหนังทริลเลอร์ที่ชวนให้ลุ้นจิกเบาะได้เลยแหละ

แต่ปัญหาที่แท้จริงกลับอยู่ที่ครึ่งหลังของหนังครับ แม้ครึ่งแรกจะดำเนินเรื่องได้อย่างสนุก ภายใต้สถานการณ์ที่เริ่มตึงเครียดขึ้นเรื่อย ๆ และสถานการณ์ทั้งในป่า และสถานการณ์ของผู้คนที่เอมีโทรไปขอความช่วยเหลือก็มีแต่จะยิ่งยุ่งยากวุ่นวายขึ้นทีละนิด แต่สิ่งที่เป็นปัญหาในช่วงครึ่งหลัง กลับมีปัญหาหลายจุดที่ซ้อนทับกันอยู่

ต้องขอบคุณพลังการแสดงและความเป็นมืออาชีพของ นาโอมิ วัตส์ โดยแท้ ที่สามารถประคองหนังเรื่องนี้ไปได้ตลอดรอดฝั่ง แม้ว่านี่จะไม่ใช่ผลงานที่น่าประทับใจในเครดิตการแสดงของเธอเลยก็ตาม

แต่การรับหน้าที่แบกเดี่ยวหนังทั้งเรื่องอย่างโดดเดี่ยวในครั้งนี้ของเธอ ก็ถือว่าสอบผ่านไปได้เลย ถึงโดยภาพรวมแล้ว ดูหนัง 4k The Desperate Hour จะยังค่อนข้างเป็นหนังที่อยู่ในเซฟโซนเป็นสูตรสำเร็จ ไม่มีอะไรแปลกใหม่ แต่อย่างน้อยๆ ก็มีเนื้อหาที่ระทึกใจส่งถึงคนดูได้ดี ถึงจะแค่มุมมองเดียวก็ตามเถอะ

ค้นหา

รีวิวหนัง 2022

เว็บไซต์ที่พูดคุย แนะนำ ทั้งภาพยนต์ในประเทศไทยและต่างประเทศ และยังรวมไปถึงซีรี่ฝรั่ง ซีรี่เกาหลี ที่น่ารับชม ก็จะถูกรวบรวมไว้ในเว็บไซต์แห่งนี้ ภาพยนต์ และซีรี่ต่างๆ ถือได้ว่าเป็นสิ่งที่สร้างความบันเทิงของเราทุกๆคนที่มีกันมาช้านาน ทั้งเรื่องราวที่อยู่ในจินตนาการ และเรื่องราวที่สร้างจากชีวิตจริง ก็จะถูกถ่ายทอดและนำเสนอมาในภาพยนต์ทั้งสิ้นเพื่อความเข้าใจและรับดูของผู้ชม ทั้งนี้เว็บไซต์  นี้ก็จะนำเรื่องราวของภาพยนต์และซีรี่ต่างๆ นั้นหยิบมาพูดถึงและแนะนำเพื่อให้ผู้อ่านได้ทราบแล้วไปติดตามรับชมกันต่อนั้นเอง

ป้ายกำกับ

Netflix The Guilty Top Gun: Maverick 2022 Top Gun: Maverick ท็อปกัน มาเวอริค 2022 Toscana Netflix ชำแหละหนังโหด ดูหนัง ดูหนังผี ดูหนังฟรี ดูหนังสยองขวัญ ดูหนังออนไลน์ ดูหนังแอ๊คชั่นสุดมันส์ ท็อปกัน มาเวอริค น่าสนใจ มาแรง ระทึกขวัญ รีวิวซีรี่ย์ดัง รีวิวภาพยนตร์ดัง รีวิวหนัง รีวิวหนัง Oasis Supersonic รีวิวหนังดราม่า รีวิวหนังดัง รีวิวหนังผี รีวิวหนังสงคราม รีวิวหนังสยองขวัญ รีวิวหนังออนไลน์ รีวิวหนังออนไลน์ Fast & Furious 9 เร็ว แรงทะลุนรก 9 รีวิวหนังฮีโร่ รีวิวหนังโหด รีวิวอนิเมะ รีวิวอนิเมะออนไลน์ สปอยหนังดัง สปอยอนิเมะใหม่ หนังขึ้นหึ้ง หนังจิตวิทยา หนังดราม่า หนังบู้ หนังผี หนังสยองขวัญ หนังสร้างจากเรืองจริง หนังสารคดี หนังสืบสวนสอบสวน หนังฮีโร่ อันดับหนัง เกิดชาตินี้พี่ต้องเทพ
YOU MAY HAVE MISSED
netflix
ดูหนังออนไลน์ Behind her eyes
15 มิถุนายน 2021 1:02 pm
32 Malasana Street  32 มาลาซานญ่า ย่านผีอยู่
ดูหนังออนไลน์
รีวิวหนังออนไลน์ 32 Malasana Street 32 มาลาซานญ่า ย่านผีอยู่
18 มิถุนายน 2022 11:30 am
ดูหนังออนไลน์
ดูหนังออนไลน์ บอสฉันขยันเชือด – My Boss is a Serial Killer
5 เมษายน 2021 12:24 pm
ดูหนังออนไลน์
ดูหนังออนไลน์ มาห์ – Mah
22 เมษายน 2021 6:25 pm