หนังสร้างโดยดัดแปลงจากนิยายในชื่อเดียวกันของ ดูหนังออนไลน์  A.J. Finn เป็นผลงานเปิดตัวของนักเขียน ติดอันดับขายดีของนิวยอร์คไทม์ ซึ่งจริงๆ ตัวนิยายอาจจะดี แต่พอมาดัดแปลงเป็นหนังหลายเรื่องก็เลยแย่ลงอย่างที่เห็นกันบ่อยๆ เรื่องนี้มีโครงเรื่องไม่ได้สดใหม่อะไร เพราะพล็อตเรื่องแนวข้างบ้านแอบเห็นคดีฆาตกรรมลึกลับมีหลายเรื่องแล้ว แต่เรื่องนี้ความน่าสนใจคือตัวนางเอกเป็นหมอจิตวิทยาเด็กที่ป่วยทางจิตซะเอง โดยเรื่องเปิดมาแบบไม่มีบอกกล่าวที่มา เราจะได้เห็นเพียงแค่ว่านางเอกมีหมอจิตวิทยาเป็นที่ปรึกษาอยู่ตลอดเรื่อง โรคของนางเอกคืออาการกลัวการอยู่กับคนหมู่มาก ไม่กล้าออกไปภายนอกบ้าน ซึ่งจุดนี้เองคือความแตกต่างของเรื่องในแนวเดียวกัน เมื่อนางเอกอยู่ติดบ้านก็เลยกลายเป็นพวกชอบส่องดูความเป็นของบ้านฝั่งตรงข้ามเป็นกิจวัตร

แต่เรื่องไม่ได้เป็นแนวแอบดูความเป็นไปปกติ กลายเป็นภาพต่างๆ ที่นางเอกเห็นหลายครั้งกลับถูกนำเสนอในกึ่งจิตหลอนเหมือนนางเอกคิดไปเอง หรือว่าง่ายๆ ก็คือใกล้บ้านั่นแหละครับ เพราะตัวนางเองก็กินเหล้าพร้อมยาที่หมอให้มาตลอด เป็นคนติดเหล้ากินแทนน้ำ วันๆ หมกตัวในห้องไฟสลัวๆ ไม่ไปไหน ซึ่งในชั่วโมงแรกของเรื่องวนเวียนอยู่กับภาพที่นางเอกเห็นว่ามีการฆาตกรรม หลังจากพบกับภรรยาของเพื่อนบ้านที่ย้ายมาใหม่กับลูกชายวัย 15 ที่ดูเหมือนกลัวพ่อจนไม่กล้าเอ่ยปากบอกเล่าปัญหาในครอบครัวที่เกิดขึ้น ตัวหนังใช้ภาพมายาหลอนซ้อนกับเรื่องราวแทบจะตลอดเวลา พร้อมกับการที่ตัวละครในเรื่องคนอื่นไม่เชื่อหรือบอกเล่าเรื่องต่างกับนางเอกหมด ต่อด้วยการเฉลยความลับอาการทางจิตของนางเอกว่ามีที่มาจากไหน เพื่อตอกย้ำทิศทางจิตหลอนของเรื่องหลอกคนดู แต่เชื่อเลยว่าคนดูแทบจะทุกคนไม่น่าจะโดนหลอกได้ เพราะหนังแนวแบบนี้คือเป็นปกติอยู่แล้วที่จะพยายามสับขาหลอกให้คนดูเชื่อในช่วงแรก ก่อนพลิกหักมุมกันในตอนหลัง ซึ่งนี่คือสิ่งที่หนังจะต้องทำหน้าที่อธิบายให้สมเหตุผล ให้คนดูเชื่อให้ได้ว่าเรื่องมันพลิกมาเป็นแบบนี้ได้ยังไงมากกว่า

รีวิว The Woman in the Window หนังโรงที่มาลงเน็ตฟลิกซ์แบบรู้สึกดีที่ไม่เสียตังไปดูโรง 1

ในช่วงพลิกเรื่องคือหลังครบชั่วโมงเต็มๆ เราจะได้เห็นว่าสิ่งที่นางเอกเห็นพร้อมกับคนดูมีอะไรยืนยันได้มากกว่าแค่คำพูด  แต่เป็นการเฉลยแบบใส่มาตรงๆ เปิดเผยกันง่ายๆ ไม่มีชั้นเชิงอะไรเลย พร้อมกับเปลี่ยนแนวเป็นไล่เชือดกันทันที ซึ่งหลายคนอาจจะตามเหตุผลที่หนังอธิบายไม่ทันเลยก็ได้ ส่วนตัวรู้สึกว่าหนังตั้งใจหักมุมตัวฆาตกรจนเกินไป จนทำให้เหตุผลที่อธิบายมารัวๆ ดูไม่น่าเชื่อว่าจะเป็นไปได้ แถมเรื่องช่วงนี้แทนที่จะพีคกลับกลายเป็นการไล่ล่าที่คาดเดาได้ว่าจะจบยังไง เพราะมีฉากปูที่ตายของฆาตกรรอไว้ตั้งแต่กลางเรื่องแล้ว อีกทั้งยังมีตัวละครตายโง่ๆ แถมมาให้เรื่องดูตลกเข้าไปอีก ก็เลยกลายเป็นฉากจบที่จืดๆ อาจจะมีความโหดเข้ามานิดหน่อยให้พอรู้สึกระทึกได้บ้าง แต่ก็ไม่ใช่ฉากจบที่น่าจดจำอะไรเลย

แอนนา ฟ็อกซ์ (เอมี่ อดัมส์) นักจิตวิทยาเด็กที่ไม่ได้ออกจากบ้าน เพราะเธอมีอาการหวาดกลัวผู้คนเยอะๆจนต้องทานยาระงับอาการเป็นประจำ แต่อาการที่ดูจะกำเริบจนเธอมีอาการหลอนบ่อยครั้งเริ่มส่งผลกระทบกับชีวิตของตัวเอง แอนนาพักอาศัยคนเดียวแต่เธอแบ่งชั้นใต้ดินให้กับเดวิด (ไวแอตต์ รัสเซล) เช่าอยู่ด้านล่าง อย่างไรก็ตามเธอมักจะแอบส่องเพื่อนบ้านฝั่งตรงข้ามแก้เบื่อ จนกระทั่งวันหนึ่งอีธาน (เฟรด เฮคชิงเจอร์) ลูกชายของอาลิสแตร์ รัสเซล (แกรี่ โอลด์แมน) ได้ข้ามมาปรึกษาปัญหาชีวิตกับเธอ

รีวิว The Woman in the Window หนังโรงที่มาลงเน็ตฟลิกซ์แบบรู้สึกดีที่ไม่เสียตังไปดูโรง 3

เมื่อแอนนาเริ่มรู้สึกได้ว่าบ้านฝั่งตรงข้ามน่าจะมีปัญหาทะเลาะเบาะแว้ง อีธานเริ่มใช้ความรุนแรงในครอบครัว เธอจึงพยายามตามส่องพฤติกรรมของบ้านฝั่งตรงข้าม วันหนึ่งเจน (จูลีแอนน์ มัวร์) ได้ข้ามมาคุยกับแอนนาอย่างถูกโฉลก ทั้งสองดูเหมือนจะสนิทสนมกันอย่างรวดเร็ว แต่ไม่นานนักเธอกลับบ้านไป ตกดึกวันหนึ่งเมื่อแอนนามองผ่านหน้าต่าง เธอพบว่าได้เกิดเหตุฆาตกรรมกับเจน แต่เมื่อเธอโทรแจ้งตำรวจ กลับไม่พบหลักฐานว่าเกิดเหตุฆาตกรรมที่บ้านตรงข้าม หนำซ้ำเจน (เจนิเฟอร์ เจสัน ลีห์) ภรรยาตัวจริงของอาลิสแตร์ยืนยันว่าเธอไม่เคยพบกับเธอ ด้วยอาการที่น่าสงสัยของตัวแอนนาเอง จึงทำให้คนดูได้แต่อนุมานว่าพฤติกรรมที่เกิดขึ้นกับแอนนาน่าจะเป็นอาการประสาทหลอน

แม้ว่าหนังจะได้อิทธิพลจากผลงานในระดับตำนานของอัลเฟรด ฮิตช์ค็อกเรื่อง ดูหนังออนไลน์ Rear Window (1954) มาแบบเต็มๆ ที่ว่าด้วยตากล้องหนุ่มขาหักที่แก้เบื่อเนื่องจากต้องติดอยู่ในอพาร์ตเมนต์ด้วยการเอากล้องส่องทางไกลแอบส่องเพื่อนบ้านฝั่งตรงข้าม จนกระทั่งวันหนึ่งบ้านที่เขากำลังแอบมองน่าจะเกิดเหตุฆาตกรรมขึ้นก่อนนำไปสู่ความระทึกขวัญสุดขั้ว

รีวิว The Woman in the Window หนังโรงที่มาลงเน็ตฟลิกซ์แบบรู้สึกดีที่ไม่เสียตังไปดูโรง 4

น่าเสียดายที่ ดูหนังออนไลน์ The Woman in the window พยายามเอาวิธีการแบบใน ดูหนังออนไลน์ Rear Window มาใช้พร้อมทั้งพ่วงสไตล์การกำกับภาพยนตร์แบบละครเวที แต่น่าเสียดายที่ชั้นเชิงของหนังเรื่องนี้กลับไม่มีอะไรน่าสนใจ คาดเดาได้ง่าย คนดูเคยผ่านตามาแล้วนับครั้งไม่ถ้วนกว่าช่วงสองทศวรรษที่ผ่านมา ยิ่งไปกว่านั้นการออกแบบงานสร้างที่ดูเนี้ยบ การจัดแสงที่งดงาม หรือวิธีการบอกใบ้เบาะแสตลอดทาง กลายเป็นวิธีคิดแบบชั้นเดียวที่คนดูร้องอ๋อได้ทันทีว่าผู้กำกับจะต้องการสื่อสารอะไรกับผู้ชม ยิ่งทำให้ “กลลวง” ของหนังดูแห้งแล้งมากยิ่งขึ้น

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *