Pacific Rim 2 หนังใหญ่ประจำซัมเมอร์นี้

Pacific Rim: Uprising เรื่องราวการต่อสู้ของเหล่าไคจูกับเหล่าหุ่นเยเกอร์ เจค เพนท์คอสต์ ชายหนุ่มหัวรั้น ผู้เคยเป็นผู้บังคับเยเกอร์อนาคตไกล หลังจากพ่อเขาเสียชีวิตในการต่อสู้กับเหล่าไคจู เจค ก็ออกนอกลู่นอกทาง แต่เมื่อภัยอันตรายกลับมาอีกเขา เขาก็ได้รับโอกาสในการขับเหล่าหุ่นเยเกอร์อีกครั้งจากน้องสาวที่หายไป มาโกะ โมริ แถมยังต้องร่วมมือกับแลมเบิร์ต ผู้ที่เป็นทั้งนักบินที่เก่งกาจและคู่แข่ง เจคได้ร่วมมือกับแลมเบิร์ต (สก็อตต์ อีสต์วูดจาก Fast & Furious 8)

นักบินที่เต็มไปด้วยพรสวรรค์ผู้เป็นคู่แข่งของเขา และแฮ็กเกอร์ เยเกอร์วัย 15 ปี อมารา พวกเขาต้องร่วมมือกันต่อสู้เพื่อปกป้องโลกอีกครั้งหนึ่ง

สำหรับเด็กเดินตั๋วแล้วก็ไม่แย่ขนาดนั้นนะ เวลาดูหนังแนวๆ นี้ เด็กเดินตั๋วไม่ได้โฟกัสกับบท ความสมเหตุสมผล หรือเชื่อมโยงความสมจริงอะไรมาก ดูหนังออนไลน์ ดูเหมือนหนังซุปเปอร์ฮีโร่ทั่วๆ ไป ดูด้วยความใจกว้างและรักหุ่นยนต์แดนอาทิตย์อุทัยและเหล่าสัตว์ประหลาดกิ้งก่ายักษ์กลายพันธุ์อะไรทำนองนั้น สำหรับเด็กเดินตั๋วแล้ว Pacific Rim Up Rising ช่วงแรกเหมือนปูเรื่องให้ตัวละครใหม่ (แทบทั้งหมด) มีศัตรูขององค์กรเยเกอร์ มีเด็กใหม่มาฝึก โครงสร้างก็เรื่อยๆตามสไตล์หนังฮีโร่

แต่พอเปิดตัวฉากสู้ของเยเกอร์กับตัวร้าย สำหรับเด็กเดินตั๋วรู้สึกว่าว้าวมาก แล้วก็ใหม่สำหรับ Pacific Rim เลย (อาจจะดูธรรมดาๆ เหมือนทรานฟอร์มเมอร์นะ แต่ด้วยหัวจิตหัวใจของโลกแปซิฟิกริม มันก็ใหม่เลยสำหรับการที่มีเยเกอร์มาสู้กันเอง) ทุกอย่างในฉากต่อสู้แทบครึ่งเรื่องหลังชวนติดตาม สนุกมาก ใหญ่มาก ไคจูก็ตัวใหญ่ขึ้น เยเกอร์ก็มีมุกใหม่มากขึ้น เหมือนทรานฟอร์มเมอร์ภาคใหม่ๆ ที่อะไรก็ต้องใหม่ขึ้น ใหญ่ขึ้น เร้าใจขึ้น ดูแล้วก็เพลิดเพลินบันเทิงใจขึ้น

Pacific Rim 2 มาแน่! พร้อมคว้าตัวผู้สร้าง Spartacus และ Daredevil  นั่งเก้าอี้ผู้กำกับ - ดูหนังซีรีย์ ดูหนังผ่านเน็ต mono...

ภาคนี้ไม่ได้ผู้กำกับมือตุ๊กตาทองคนใหม่ ‘กีเยร์โม เดล โตโร’ ที่กำกับภาคแรกมากำกับ ได้ผู้กำกับหน้าใหม่ ‘สตีเว่น เอส เดอไนท์’ ที่ขึ้นมาจากกำกับซีรียส์ดังมากมายมาถ่ายทอดเรื่องแทน ส่วนเรื่องนักแสดงภาคนี้แทบจะเป็นหน้าใหม่หมด ไม่ค่อยมีนักแสดงจากภาคเก่ามาร่วมงานสักเท่าไหร่ได้นักแสดงนำเป็นพ่อพระเอกปากบึน ‘จอห์น โบเยก้า’ หรือ ‘ฟินน์’ จากสตาร์วอรส์สองภาคล่าสุดนั่นเอง (Star Wars Force Awaken, The Last Jedi) กับสาวน้อย ‘ไคลี สแปนี’ นักแสดงเด็กสาวหน้าใหม่ ที่ถูกส่งมาเอาใจเหล่าแฟนๆ รุ่นเด็ก (จริงๆ นโยบายการตลาดคล้ายๆ แฟรนไชส์ทรานฟอร์มเมอร์ที่เน้นขายกลุ่มเด็กและเน้นขายของเล่นเป็นส่วนใหญ่) การดำเนินเรื่องจะเน้นไปที่การต่อสู้ของเหล่าเยเกอร์และไคจูเสียมากกว่าภาคแรกที่มีพาร์ทของดราม่าซึ่งเน้นฝีไม้มือทางการแสดงมากกว่า การแสดงของตัวละครก็จะไปคล้ายๆ เหล่าตัวละครต่างๆ ในหนังซุปเปอร์ฮีโร่ทั่วไป (โทนประมาณมาเวล) ไม่ได้แสดงทักษะการแสดงที่ว้าว ดูหนังออนไลน์ หรือโดดเด่นอะไรมากนักในความคิดเห็นของเด็กเดินตั๋ว นักแสดงภาคเก่าที่ยังคงอยู่ก็มีมาโกะ และสองดอกเตอร์คู่หูที่มาเป็นตัวซัพพอร์ตเรื่องเช่นเดิม

ในความเทใจให้หนังเรื่องนี้ ก็มีหลายๆ จุดที่ขัดใจเด็กเดินตั๋วอยู่ประมาณนึงที่จะไม่เอ่ยถึงไม่ได้ เรื่องนี้เน้นขายเด็กมากๆ ดูหนังออนไลน์ จนเกือบจะกลายเป็นหนังเด็กเหมือนความรู้สึกที่ดูทรานฟอร์มเมอร์สภาคหลังๆ และเรื่องนี้เน้นขายตลาดประเทศจีนมาก อะไรๆ ก็เกิดขึ้นในจีน นักแสดงสำคัญๆก็เป็นชาวจีน จนเริ่มรู้สึกแปลกๆ ไปบ้าง (นึกว่าดูหนังไต้หวัน ฮ่องกงอยู่ – -“) ส่วนเพลง Theme สุดเท่ห์จากภาคแรกในภาคนี้ไม่มีนำมาใช้เลย แอบผิดหวัง การนำมาใช้อยู่ในลักษณะการดัดแปลงใหม่ แล้วค่อนข้างก๊องแก๊งและแย่ประมาณนึง ทำให้ผิดหวังกับเพลงมากๆ และเรื่องใหญ่มากสำหรับเด็กเดินตั๋วคือภาษาภาพ การคอมโพสต์ภาพช่างธรรมดาเกินไปสำหรับมาตรฐาน (ซึ่งจัดอยู่ในระดับต่ำกว่ามาตรฐานของเด็กเดินตั๋ว) ภาพไม่ค่อยส่งอารมณ์และเพิ่มความน่าสนใจให้หนัง ต่ำกว่ามาตรฐานของหนังฮอลลีวู้ดมาก

Pacific Rim ยืนยันทำภาคต่อแล้ว ทำอนิเมะเพิ่มด้วย

แม้จะมีข้อตำหนิเยอะอยู่ประมาณนึง สรุปว่าเด็กเดินตั๋วยังคงชอบแฟนไชร์สนี้อยู่ สำหรับใครที่ไม่แน่ใจ ไม่มั่นใจเด็กเดินตั๋วแนะนำให้ไปดูด้วยตัวเอง อย่าเพิ่งเชื่อรีวิวซะทีเดียว ไปตัดสินจากตัวเรา ความชอบเรา บางทีบางอย่างต่างคนต่างความคิด ให้ตัวเราเข้าไปตัดสินความชอบของเราเสียดีกว่า บางทีเรื่องนี้อาจจะเป็นสองชั่วโมงที่มีความสุขกับคนที่คุณรักในโรงภาพยนตร์ก็เป็นได้

ต้องยอมรับว่า การที่หนังภาคแรกถูกอกถูกใจแฟนหนังแผ่นดินใหญ่ มีผลให้ภาคนี้ออกมาไม่ดีอย่างภาคแรก เพราะภาคนี้ดูจะเอาใจจีนมากจนเกินไป จนหลายต่อหลายจุดในเรื่องดูประดักประเดิด ดูเด๋อไปนิด ซึ่งตรงนี้เองก็ทำให้ความเป็น Pacific Rim ที่เดลโทโร่สร้างขึ้นจากความรักความหลงไหลในวัฒนธรรมโทคุเซ็ทสึของญี่ปุ่น ซึ่งภาคนี้ไม่มีตรงนี้อยู่เลย แถมยังกลายพันธุ์เป็น Transformers: Age of Extinction อย่างเต็มตัว

แถมดนตรีประกอบอันเป็นที่น่าจดจำ ภาคนี้ยังถูกหยิบมาใช้แบบไม่มีศิลปะและไม่ขลังอย่างที่มันควรจะเป็น ดูหนังออนไลน์ รวมไปถึงไคจู ที่เป็นสเน่ห์อีกอย่างของหนังก็ถูกจัดวางอย่างไม่ใส่ใจ ทั้งหมดนี้ลดทอนคุณค่าให้ภาคที่ 2 ของ Pacific Rim นี้กลายเป็นหนังตลาดดาดๆ เรื่องนึงไป

แม้ว่าตัวหนังจะโยนความเป็น Pacific Rim ทิ้งไปจนหมดสิ้น จนหนังขาดสเน่ห์อันเป็นเอกลักษณ์ไป แต่ตัวหนังก็พอจะดูได้เรื่อยๆ ดูเพลินๆ ได้อยู่ ฉากต่อสู้ฉากอะไรยังพอมีให้สนุกได้อยู่บ้าง ไม่ได้ถึงกับแย่จนดูไม่ได้อะไรนัก ใครที่ดูภาคแรกมาแล้วชอบมากอาจจะต้องเผื่อใจไว้นิดนึง ว่าคุณภาพอาจจะต่างไปจากภาคแรกโดยสิ้นเชิง

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *